Blog – Airspring/ Air Actuator

Different Types of Airspring and Air Actuator

   เครื่องจักรแต่ละชนิดมีความต้องการและขนาดที่แตกต่างกัน จึงทำให้รูปแบบของการ Mounting และการรับโหลดจำเป็นต้องมีอย่างหลากหลายเพื่อรองรับความแตกต่างเหล่านั้น เราจึงแบ่งชิดของถุงลมออกเป็น 4 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีการใช้งานและหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป และไม่สามารถนำมาใช้ทดแทนกันได้ ระบบถุงลมที่ติดตั้งมากับเครื่องจักรได้ถูกกำหนดไว้แล้วจึงทำให้การเลือกซื้อถุงลมที่จะนำมาเปลี่ยนตามอายุการใช้งานควรต้องทราบขนาดรู Air inlet, จำนวนชั้นของถุงลม และลักษณะการ Mounting และควรบันทึกเบอร์สินค้าลงบนข้อมูลการทำ preventive maintenance หรือข้อมูลการจัดซื้อจัดหา เพื่อให้ง่ายและแม่นยำในการเลือกซื้อถุงลมในครั้งต่อไป หากถุงลมที่ท่านใช้อยู่ไม่ใช่ยี่ห้อของ Continental เราจะสามารถเทียบเบอร์สินค้าที่เป็นเบอร์ Commercial จากยี่ห้ออื่นๆ ให้มาเป็นยี่ห้อของ Continental ได้ แต่จะไม่สามารถเทียบเบอร์ OEM ของเครื่องจักรที่ท่านใช้ได้ เนื่องจากโรงงานมีการผลิตและส่งให้กับโรงงานผลิตเครื่องจักรทั่วโลกจึงไม่สามารถเก็บข้อมูลเบอร์ OEM ได้ครบถ้วน บทความนี้จะแนะนำให้ท่านรู้จักชนิดต่างๆ ของถุงลม เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใจและเห็นภาพรวมว่าถุงลมมีลักษณะอย่างไรบ้าง พร้อมคุณสมบัติของถุงลมแต่ละชนิดให้ท่านทราบ

Read More »

Application of Airsprings or Air Actuators

      Continental ถือเป็นผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในการผลิตและพัฒนาออกแบบถุงลมที่นำมาเป็นโซลูชั่นให้กับเครื่องจักรอุตสาหกรรม หรือเครื่องมือชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ แต่เทคโนโลยีเหล่านี้ได้กำเนิดขึ้นมาเพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้กับเครื่องจักรที่จำเป็นต้องมีการสั่นสะเทือน หรือต้องทำงานโดยมีการยกขึ้นและลงอย่างต่อเนื่อง หรือแม้กระทั่งเครื่องจักรที่มีความละเอียดอ่อนก็ตาม ผู้ผลิตเครื่องจักรหลากหลายแห่งทั่วโลกได้ให้ความไว้วางใจให้โรงงานคอนติเนนทัลได้พัฒนาออกแบบถุงลมและเป็น OE ให้กับเครื่องจักรมาแล้วนานับไม่ถ้วน จึงทำให้คอนติเนนทัลมีขนาดที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของการ Mounting  ของถุงลมทั้งวัสดุและขนาดรู้ Air Inlet ที่สามารถเทียบขนาดได้ และยังสามารถรับแรงได้มากถึง 440 กิโลนิวตั้น ในปัจจุบันเทคโนโลยีได้ก้าวเข้าสู่ยุค Smart Airspring System ซึ่งโรงงาน ก็มีการพัฒนาเครื่องมือตรวจจับสภาพของถุงลมโดยใช้เซ็นเซอร์จับข้อมูลส่งถึงมือผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องรวดเร็วและแม่ยำ คุณสมบัติโดยรวมของถุงลม Continental Air spring / Pneumatic

Read More »

วิธีลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักรด้วยการติดตั้งถุงลม

ถุงลมสำหรับเครื่องจักร อุตสาหกรรมคืออะไร ถุงลมสำหรับเครื่องจักรอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและช่วยแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องจักรอุตสาหกรรม อย่างเช่น ปัญหาด้านการสั่นสะเทือน ปัญหาการเกิดเสียงของโครงสร้าง ปัญหาด้านการบำรุงรักษา ส่วนในระบบที่จะต้องมีการยกชิ้นส่วนขึ้น-ลงอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เกิดความนุ่มนวลและยืดอายุการใช้งาน จึงทำให้เครื่องจักรอุตสาหกรรมสามารถทำงานได้ดีในทุกสภาวะแวดล้อมโดยไม่เกิดความผิดพลาดและเสียหาย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ระบบถุงลมถูกพูดถึงและนิยมนำมาใช้งานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันนี้ ถุงลมสำหรับเครื่องจักรอุตสาหกรรมคืออะไร ถุงลม (Air spring) หรือที่นิยมเรียกกันในชื่ออื่นๆ อย่างเช่น Air bellow และ หมอนลม เป็นอุปกรณ์ยางแบบเป่าลม ไม่มีชิ้นส่วนที่เสียดสีกันภายในจึงปราศจากแรงเสียดทาน ทำหน้าที่รับน้ำหนักและช่วยลดแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องจักรที่มีชิ้นส่วนหมุน เช่น ปั๊ม คอมเพรสเซอร์ มอเตอร์ เครื่องยนต์ พัดลม เจนเนอเรเตอร์ ฯลฯ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดอันตราย และความเสียหายต่างๆ รวมถึงการทำงานที่ผิดพลาดของเครื่องจักรและอุปกรณ์อื่นๆที่ไวต่อแรงสั่นสะเทือน ที่ติดตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ยกตัวอย่างเช่น การทำงานของเครื่องซักผ้าอุตสาหกรรม ที่โดยปกติแล้วการทำงานมักจะเกิดความไม่สมดุล เนื่องจากการกระจายน้ำหนักของผ้าไม่สม่ำเสมอ ซึ่งส่งผลให้ตัวเครื่องซักผ้าเองและเครื่องจักรหรืออุปกรณ์อื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงเกิดความเสียหายจากการได้รับแรงสั่นสะเทือน ดังนั้นการติดตั้งถุงลมเข้ากับเครื่องซักผ้าอุตสาหกรรมจะช่วยรองรับน้ำหนักของตัวเครื่องได้โดยตรง และช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนขณะใช้งานให้มีการสั่นน้อยที่สุด และส่งผ่านโครงสร้างลงสู่พื้นในระดับที่ไม่เป็นอันตราย ซึ่งช่วยป้องกันความเสียหายและช่วยยืดอายุการใช้งานของตัวเครื่องซักผ้าและเครื่องจักรหรืออุปกรณ์อื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Read More »

เคยไหมที่เครื่องจักรต้องหยุดกลางคัน และวิ่งหาสายพานเพื่อมาเปลี่ยนไม่ได้ หรือหากหาได้ ก็ได้แต่ตัวทดแทนที่ใช้ชั่วคราวไปก่อน เพราะคุณภาพสายพานที่ไม่ได้มาตรฐาน แล้วมันเสี่ยงแค่ไหนที่เครื่องจักรของท่านอาจจะเกิดปัญหาใหญ่และต้องมาเสียเวลาซ่อมหนัก แถมค่าใช้จ่ายที่จะบานปลายในอนาคต
ถ้าท่านไม่อยากประสบปัญหาเหล่านี้ และอยากลดค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลาในการทำงานซ้ำซ้อน เรามีวิธีง่ายๆมานำเสนอซึ่งจะให้ประโยชน์ทั้งผู้ซื้อและผู้ใช้งานในคราวเดียวกัน ลองแวะมาดูข้อเสนอกันเลยค่ะ

1. Buyer Identify the Need
เลือกสายพานที่มีความต้องการเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน
เราขอเสนอแนะให้ท่านลองวิเคราะห์การใช้งานสายพานในจุดที่เป็นส่วน Critical หรือส่วนสำคัญในการผลิตสินค้าของท่าน เช่นเครื่องจักรที่มีการทำ Preventive Maintenance หรือกำหนดเวลาในทำการ Overhaul ประจำปี หรือมีการเปลี่ยนสายพานตามอายุการใช้งาน
2. Vendor Offer
บริษัทฯ จะทำการจัดส่งใบเสนอราคา โดยระบุ Specification, ปริมาณและช่วงเวลาส่งสินค้าตามที่ลูกค้ากำหนด และจะยืนราคาจนถึงวันที่สิ้นสุดโครงการ ทั้งนี้บริษัทฯ ขอเสนอให้มีระยะเวลาการทำ Blanket Order ขั้นต่ำ 3 เดือนและสูงสุดไม่เกิน 12 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบสั่งซื้อ ท่านสามารถกำหนดวันที่หรือช่วงเวลาในการจัดส่งสายพานโดยจะขอให้ระบุวันที่จัดส่งโดยชัดเจนในใบสั่งซื้อครั้งแรก และสามารถเลื่อนการรับสินค้าในแต่ละ shipment ได้แต่ต้องไม่เกิน 30 วันจากวันที่กำหนดในใบสั่งซื้อครั้งแรก
3. Buyer’s Benefits
ประโยชน์ที่ท่านจะได้รับ
• ราคาสินค้าไม่เปลี่ยนแปลงตลอดโครงการ
• มีสินค้าใช้ทันทีเมื่อผู้ใช้มีความต้องการ
• ไม่ต้องจัดเก็บสินค้า ลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้า
• ลดขั้นตอนและเวลาในการจัดซื้อจัดหา
• สามารถแจ้งเปลี่ยนแปลงการเรียกเข้าได้ แต่ไม่เกิน 30 วันจากวันที่ระบุในใบสั่งซื้อ
สนใจเข้าร่วมโครงการ กรุณาแจ้งความประสงค์ โดยแจ้งเบอร์สายพานและปริมาณที่ใช้ตลอดช่วงโครงการ เพื่อให้บริษัทฯ ตรวจสอบราคาและระยะเวลาจัดส่งสินค้าในครั้งแรก และนำเสนอท่านอีกครั้ง เนื่องจากสินค้าบางรายการ อาจจะต้องสั่งผลิตพิเศษสำหรับการใช้งานในโรงงานของท่านเท่านั้น จึงขอความร่วมมือให้ท่านกรุณาส่ง specification ที่ชัดเจนหากท่านไม่ทราบ บริษัทฯ ยินดีให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยตรวจสอบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ
ช่องทางติดต่อ sales@imc1994.co.th
โทรเบอร์ 091-772-6352 ในเวลาทำการ